4life-thailand.com

เพื่อสุขภาพ และความงาม

 

Home

About

Contact

        เพื่อสุขภาพของคนที่คุณรัก

Welcome

 Side Menu


 Side Page

 สถิติวันนี้ 29 คน
 สถิติเมื่อวาน 26 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1256 คน
56312 คน
479702 คน
เริ่มเมื่อ 2009-10-23


 Side Page

 

 

 

บทความโดย เภสัชกร สมชาย ผลดีเยี่ยม

แม็กกาซีนสำหรับผู้จำหน่าย 4 ไล้ฟ์/ฉบับที่ 04-3/2553

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า รอบๆตัวเรามีเชื้อโรคเล็กๆมากมายที่ตาเรามองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และในแต่วะวันเราก็สัมผัสกับเชื้อโรคอย่างนับครั้งไม่ถ้วน แต่เราก็มีชีวิตอยู่ได้ อย่างปกติสุข ทำไมเราจึงไม่เจ็บป่วย หรือหากจะเจ็บป่วยบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยนัก การที่เราไม่เจ็บป่วยง่ายๆเพราะว่าร่างกายมีภูมิคุ้มกัน(หรือภูมิต้านทาน)คอยปกป้องอยู่ภูมิคุ้มกันเป็นกลไกการป้องกันตนเองตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย และอาจเป็นโทษกับร่างกายเรา ระบบภูมิคุ้มกันก็จะออกมาต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ ดังนั้นภูมิคุ้มกันจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นมากต่อการนมีชีวิตอยู่ของมนุษย์

ปัญหาของภูมิคุ้มกัน ที่พบได้บ่อย

  • โรคภูมิแพ้ บางคนมีความไวในการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นบางอย่าง ส่งผลให้เป็นโรคภูมิแพ้ เพราะไวต่อสิ่งกระตุ้น(เช่นฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ เชื้อรา) มากเกินไป เช่น เจอเกสรดอกไม้ คนแรกรู้สึกหอม ไม่เป็นอะไร แต่อีกคน จามแล้ว จามอีก เพราะมีภูมิคุ้มกันไวต่อสิ่งกระตุ้นบางชนิดมากเกินไป
  • ออโต้อิมมูน(Autoimmune) เป็นภาวะที่ภูมิคุ้มกันของเราเองทำลายเซลล์ของตัวเอง เรียกง่ายๆว่า โรคภูมิแพ้ตัวเอง ปกติภูมิคุ้มกันจะต่อต้าน และทำลายสิ่งแปลกปลอม แต่คนเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง ระบบภูมิคุ้มกันจะจำเซลล์ตัวเองไม่ได้ จึงทำลายตัวเอง ทำให้มีผลต่ออวัยวะหลายระบบ เช่น โรค เอสแอลอี(SLE) เป็นต้น
  • มะเร็ง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งเป็นอย่างมาก ในคนปกติทั่วไป เมื่อมีเซลล์ในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเริ่มกลายพันธ์ เพื่อก่อตัวเป็นมะเร็ง ระบบภูมิคุ้มกัน จะทำหน้าที่ขจัดเซลล์ที่กลายพันธ์นั้นทิ้งเสีย แต่ในคนที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่นผู้ป่วยโรคเอ็ดส์ หรือผู้สูงอายุ เซลล์ที่กลายพันธ์ไม่ถูกระบบภูมิคุ้มกันตรวจพบและทำลายเซลล์ที่ผิดปกติ ก็จะกลายเป็นมะเร็งได้

 เรียกรวมกันว่า ระบบภูมิคุ้มกัน(IMMUNE SYSTEM) แบ่งการทำงานเป็น 2 ระบบคือ อาศัยเซลล์โดยตรง และอาศัยเซลล์โดยอ้อม ซึ่งทำงานสัมพันธ์เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อต่อต้านผู้บุกรุก ไม่ให้รุกรานร่างกายได้

  • ภูมิคุ้มกันที่อาศัยเซลล์โดยตรงคือ เมื่อมีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และเม็ดเลือดขาวไปพบเข้า ก็จะจับกินและทำลาย
  • ภูมิคุ้มกันที่อาศัยเซลล์โดยอ้อมคือ เมื่อมีเชื้อโรคเข้ามา เซลล์เม็ดเลือดขาวจะสร้างสารเคมีเพื่อต่อต้านเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ ที่เรียกว่า แอนติบอดี้(Antibody)แอนติบอดี้จะไปจับกับสิ่งแปลกปลอม ทำให้สิ่งแปลกปลอมไม่สามารถแผลงฤทธิ์กับร่างกายได้ การสร้างแอนติบอดี้ ซึ่งเป็นสารภูมิคุ้มกันนั้น จะมีความจำเพาะเจาะจงกับเชื้อโรคแต่ละชนิด และแอนติบอดี้ แต่ละชนิดจะมีอายุไม่เท่ากัน บางชนิดก็อยู่ได้ไม่นาน บางชนิดก็อยู่ได้หลายปี บางชนิดก็อยู่ได้ตลอดชีวิต เช่นวัคซินหัดเยอรมัน ที่คุ้มกันได้ตลอดชีวิต

ในเมื่อร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ทำไมบางครั้งเราจึงเจ็บป่วยได้อีก คุณเคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไมบางคนจึงแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย แต่บางคนอ่อนแอไม่สบายบ่อย อะไรเป็นปัจจัยให้แต่ละคนมีความต้านทานโรคต่างกัน

  1. ความเจ็บป่วยหรือความต้านทานโรคที่ต่างกันขึ้นอยู่กับหลักๆ2 ปัจจัย คือ กรรมพันธ์ ปัจจัยนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ละคนมีระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับการถ่ายทอด จากพ่อแม่ หากพ่อแม่มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีลูกย่อมมีภูมิคุ้มกันที่ดีตามไปด้วย หากพ่อหรือแม่มีภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่อง ลูกก็อาจได้รับถ่ายทอดในสิ่งที่บกพร่องนั้นๆได้เช่นกัน แต่โดยทั่วๆไปภูมิคุ้มกันก็จะมีความแข็งแรงได้ในมาตรฐานระดับหนึ่ง
  2. คนที่มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอไม่ค่อยออกกำลังกาย ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ขาดการดูแลสุขภาพ เมื่อได้รับเชื้อโรค จึงเกิดความเจ็บป่วยขึ้น และในโอกาสการเจ็บป่วยก็ย่อมมีมากกว่าคนที่หมั่นดูแลสุขภาพเช่นกัน

นอกจากการไม่ดุแลสุขภาพแล้ว การติดสารเสพติด ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ก็มีส่วนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้ด้วย ถึงแม้แต่ละคนจะมีภูมิคุ้มกันที่ได้รับถ่ายทอดทางกรรมพันธ์ที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนก็สามารถมีภูมิคุ้มกันที่ดีได้เช่นกัน

  1. อาหาร ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ ในกรณีที่ทำไม่ได้ การเลือกมานผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ อีกสิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือ การบริโภค น้ำสะอาดอย่างเพียงพอในแต่ละวัน
  2. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ทำให้เม็ดเลือดขาวหรือภูมิคุ้มกัน วิ่งเข้าสู่ในเนื้อเยื่อส่วนต่างๆได้ง่าย เมื่อมีเชื้อโรคเข้ามา ก็จะเข้าไปจัดการได้อย่างรวดเร็ว
  3. นอนหลับพักผ่อน อย่างเพียงพอในแต่ละคืน ควรเข้านอนแต่หัวค่ำ(ประมาณ 3 ทุ่ม) และตื่นนอนตั้งแต่เช้า ถ้าทำได้อย่างสม่ำเสมอ สุขภาพของเรา ก็จะดีแน่นอน
  4. ทำจิตใจให้เบิกบาน จิตใตมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน หรือสารแห่งความสุขในร่างกายสารชนิดนี้ พอหลั่งออกมาทำให้ระบบการทำงานของเซลล์ต่างๆดีขึ้น ในทางตรงกันข้างหากจิตใจห่อเหี่ยว เศร้าเป็นทุกข์ ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความทุกข์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่ดี แย่ลง ร่างกายก็อาจเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น สารเอ็นดอร์ฟินจะหลั่งเมื่อจิตใจมีความสุข สงบ เบิกบาน ฉะนั้นควรคิดแต่สิ่งดีๆ คิดช่วยเหลือผู้อื่น คิดในทางบวก ก้เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เช่นกัน

นอกจากนี้ หมั่นขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา เป็นประจำทุกเช้า ทุกวันเพื่อร่างกายจะได้กำจัดของเสียออก ไม่หมักหมมในร่างกายเรา รวมถึงพยายามอยู่ในที่ๆอากาศสะอาดบริสุทธิ์ เพื่อร่างกายเราจะได้รับออกซิเจน ที่มากพอที่จะนำไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆของร่างกาย เมื่อเซลล์ของร่างกายได้รับสารอาหารที่ดี และอากาศที่สะอาดเพียงพอ แน่นอนว่าร่างกายเราก็จะมีสุขภาพที่ดี ระบบภูมิคุ้มกันก็จะดี เรื่องแค่นี้คิดว่าคงไม่ยากเกินไปนะครับ ดังคำกล่างที่ว่า ถ้าเราใส่ใจระบบภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันก็จะใส่ใจเรา

บทความโดย เภสัชกร สมชาย ผลดีเยี่ยม

 

 

Copyright (c) 2006 by 4life-thailand