4LIFE-THAILAND.COM


SEARCH  


สายด่วนสุขภาพ คุณ kullasap wongprasert  โทร  089-8562460  
Email:  kullasap@gmail.com




Main Menu


Username

Password

ลืมพาสเวิส




New & Event

 สถิติวันนี้ 51 คน
 สถิติเมื่อวาน 49 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2088 คน
50856 คน
474246 คน
เริ่มเมื่อ 2009-10-23





//ในยุคที่ภูมิคุ้มกันเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด..นี่คือคำตอบของการดูแลสุขภาพ ขั้นก้าวหน้า ด้วยมาตรฐานสากล Transfer Factor กระตุ้นภูมิคุ้มกันสูงถึง 437%                                                                                                                                                                                  

น้ำนมแรก และ Transfer Factor  


     
            ปกติน้ำนมแม่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จัดเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกหรือลูกน้อย ธรรมชาติได้จัดสรรให้น้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีคุณภาพเหมาะสมสำหรับลูก น้ำนมเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญซึ่งมีคุณภาพสูง มีไขมันที่เรียกว่า มันเนย ซึ่งเป็นแหล่งให้พลังงานมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายมาก มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลแล็กโทสที่จะช่วยดูดซึมฟอสฟอรัสและแคลเซียม ซึ่งมีอยู่มากในน้ำนมได้ด ีนอกจากนี้ยังมีวิตามินมากมาย เช่น วิตามิน เอ, บี 1,บี 2, ไนอะซินและวิตามินซี เป็นต้น

          ใน 4-7 วันแรกของน้ำนมแม่ หรือที่เราเรียกว่า "น้ำนมแรก" จะมีน้ำนมน้ำเหลือง (colostrum) ไหลออกมาประมาณวันละ 10-40 ซีซี. ซึ่งน้ำนมน้ำเหลืองหรือน้ำนมแรกนี้ จะประกอบด้วยโปรตีนและเกลือแร่ที่สูงกว่าปกติของน้ำนมทั่วไป แต่จะมีไขมันและน้ำตาลแล็กโทสต่ำกว่าข้อดีเด่นของน้ำนมแรกหรือน้ำนมน้ำเหลืองก็คือมีภูมิต้านทานโรคในปริมาณที่สูง โดยมีสารสำคัญตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Transfer Factor (ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์) อยู่ในน้ำนมแรกนี้ ซึ่งได้ถูกค้นพบโดย Dr. H. Sherwood Lawrence (ดร.เอช เชอร์วูด ลอเร้นซ์) ในปี ค.ศ. 1949 จากนั้นจึงได้มีการค้นคว้าศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง พบว่า Transfer Factor นี้เป็นโปรตีนขนาดเล็กที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน จำนวน 44 ตัว และเนื่องจากมีน้ำหนักโมเลกุลไม่เกิน 10,000 และเล็กมาก จึงไม่เป็นสารก่อภูมิต้านทาน (antigen) ดังนั้นเมื่อ Transfer Factor เข้าสู่ร่างกายจึงไม่ถูกระบบภูมิคุ้มกันทำลาย ทำให้คงอยู่ในร่างกายได้นาน บางทีเป็นปีๆ

          Transfer Factor ซึ่งมีความหมายว่า ตัวปัจจัย (factor) ทำหน้าที่ถ่ายทอด (transfer) ของสิ่งมีชีวิตที่มีภูมิต้านทานต่อ antigen ชนิดหนึ่งซึ่งเมื่อนำไปให้กับสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยได้รับ antigen นั้นมาก่อน ก็จะสามารถชักนำให้สิ่งมีชีวิตที่ได้รับ Transfer Factor มีภูมิต้านทานต่อ antigen ดังกล่าวเกิดขึ้น นั่นคือ ทำให้เกิด passive cellular immunity ได้ หรือความสามารถในการแสดงออกของภูมิต้านทานแบบ cell mediated immunity จากผู้ให้ที่มีภูมิคุ้มกันไปสู่ผู้รับที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน หรืออาจกล่าวได้ว่า Transfer Factor เป็น dialyzable materials ที่ได้มาจาก sensitized lymphocytes มีคุณสมบัติเปลี่ยน non-sensitized T lymphocyte เป็น sensitized T lymphocyte ซึ่งหลังจาเปลี่ยนสภาพแล้ว เมื่อพบ antigen (ที่ specific ต่อ Transfer Factor) ก็จะประพฤติตัวเช่นเดียวกับ sensitized T lymphocyte
          มีข้อสังเกตว่า ถ้าเอา lymphocyte ของคนหรือสัตว์ที่ได้รับ Transfer Factor แล้วนำมาสกัดก็จะได้ Transfer Factor เช่นกันอีก

กลไกการทำงาน
          กลไกการทำงานของ Transfer Factor สันนิษฐานว่า Transfer Factor ซึ่งเป็น single-stranded polynucleotide อาจเข้าไปใน T lymphocyte และให้ information แก่ T lymphocyte หรือ Transfer Factor เอง อาจถูกนำไปสร้างเป็น specific antigen receptor บน lymphocyte ได้ โดยอาศัยหลักของการชักนำ (inducer fraction) การกระตุ้นและสร้าง antibody เฉพาะอย่าง (antigen specific fraction) และการระงับหรือยับยั้ง (suppressor fraction)

Transfer Factor ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร
          ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้นำ Transfer Factor มาใช้ประโยชน์หลายด้าน เนื่องจากทราบว่า Transfer Factor จะให้ความฉลาดกับภูมิคุ้มกันซึ่งถูกถ่ายทอดเพื่อจะใช้ในการจดจำข้อมูลจากเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่งโดย Transfer Factor จะทำหน้าที่เสมือนอาจารย์ให้ความรู้กับเซลล์ใหม่ ที่ผลิตขึ้นในร่างกาย เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เพื่อการอยู่รอดของเซลล์ที่เกิดใหม่ในสภาพแวดล้อมใหม่รวมทั้งทำให้การสื่อสารและการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ระหว่างเซลล์ในร่างกายให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น จึงได้มีการนำมาใช้ในกรณีของ

          1. ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunodeficiency) เพื่อช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย โดยมีข้อดีคือ ไม่ทำให้เกิด
              ปฏิกิริยา graft versus host ในผู้รับที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ดังการให้ lymphocyte เนื่องจาก Transfer Factor
              เป็นการให้ cellular immunity โดยแท้จริง ซึ่งผิดกับการให้ lymphocyte ที่มักจะมี B lymphocyte ปะปนไปกับ
              T lymphocyte เสมอ ทำให้ได้ humoral immunity ด้วย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการในการรักษา
          2. ช่วยเพิ่มเซลล์ต้านมะเร็ง (anticancer)
          3. ช่วยเพิ่มเซลล์ต้านเซลล์ติดเชื้อ (infectious disease) ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เช่น
              เป็นหวัด เจ็บคอ วัณโรค ตับอักเสบ เริม ไซนัส เป็นต้น
          4. ช่วยปรับความสมดุลของภูมิคุ้มกัน
          5. ช่วยลดอาการภูมิแพ้ตัวเอง เช่น SLE ข้ออักเสบและการอักเสบอื่นๆ
          6. ช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด ขึ้นผื่น แพ้อากาศ
          7. ช่วยลดปัญหาโรคผิวหนังบางชนิด เช่น ผิวหนังอักเสบออกผื่น เป็นต้น

          ปัจจุบันนี้ Transfer Factor นอกจากจะพบในน้ำนมแรกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแล้ว ยังสามารถพบได้ในไข่แดง ซึ่งได้มีการสกัดสาร Transfer Factor มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยสกัดจากน้ำนมแรกหรือน้ำนมน้ำเหลือง (colostrum) ของวัวและจากไข่แดง ในรูปแบบของการใช้รับประทาน จึงเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์และโลกวิทยาการยุคใหม่ เพื่อใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ของมนุษย์ในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ว่าจะเป็นโรคติดเชื้อ ภูมิแพ้ ภูมิต้านทานต่ำ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรคมะเร็ง

อ้างอิง : ภก.ประวิทย์ ตันติสุวิทย์กุล ที่ปรึกษาองค์การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสาธารณสุข กรรมการมูลนิธิแพทย์เพื่อประชาชน หนังสือ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) การส่งเสริมสุขภาพ หน้า 24-25


 


 







Quick Contact
Tel: 089-8562460
Email: kullasap@gmail.com

Copyright (c) 2006 by 4life-thailand

Designed by Free CSS Templates